วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

วันช้างไทย


วันช้างไทย ริเริ่มจากคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงาน องค์การภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น จะช่วยให้ประชาชนคนไทย หันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น
คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาหาวันที่เหมาะสม ซึ่งครั้งแรกได้พิจารณาเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทำยุทธหัตถี มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา แต่วันดังกล่าวถูกใช้เป็นวันกองทัพไทยไปแล้ว จึงได้พิจารณาวันอื่น และเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสม จึงได้นำเสนอมติตามลำดับขั้นเข้าสู่คณะรัฐมนตรี โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกทางหนึ่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 เห็นชอบให้ วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็น วันช้างไทย และได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2541
ผลจากการที่ประเทศไทยมีวันช้างไทยเกิดขึ้น นับเป็นการยกย่องให้เกียรติว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอีกครั้ง นอกเหนือจากเกียรติที่ช้างเคยได้รับในอดีต ไม่ว่าจะเป็นช้างเผือกในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทย

วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

ปลานิล

ปลานิลสามารถอาศัยอยู่ได้ในน้ำจืดและน้ำกร่อย มีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ที่ทวีปแอฟริกา พบทั่วไปตามหนอง บึง และทะเลสาบในประเทศซูดานยูกันดา และทะเลสาบแทนกันยีกา ปลานิลเข้าสู่ประเทศไทยครั้งแรกโดยสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทรงจัดส่งเข้ามาทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 จำนวน 50 ตัว ครั้งนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้ทดลองเลี้ยงปลานิลในบ่อภายในสวนจิตรลดา เป็นหนึ่งโครงการในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา
ผลการทดลองปรากฏว่าปลานิลที่ทรงโปรดเกล้าให้ทดลองเลี้ยงได้เจริญเติบโตและแพร่ขยายพันธุ์ได้เป็นอย่างดี ต่อมาจึงได้พระราชทานชื่อว่า ปลานิล (โดยมีที่มาจากชื่อแม่น้ำไนล์ (Nile) ที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิม หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Tilapia nilotica) และพระราชทานพันธุ์ปลาดังกล่าวให้กับกรมประมงจำนวนหนึ่ง เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2509 เพื่อนำไปขยายพันธุ์และแจกจ่ายแก่พสกนิกร และปล่อยลงไว้ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ตามที่เห็นว่าเหมาะสม เนื่องจากปลานิลมีคุณลักษณะพิเศษหลายอย่าง เช่น กินอาหารได้ทุกชนิด เช่น ไรน้ำ ตะไคร่น้ำ ตัวอ่อนของแมลงและสัตว์น้ำเล็ก ๆ มีขนาดลำตัวใหญ่ ความยาวประมาณ 10-30 เซนติเมตร แพร่ขยายพันธุ์ง่าย และมีรสชาติดี
ในปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังโปรดเกล้าฯ ให้ทดลองเลี้ยงและแพร่ขยายพันธุ์ปลานิลในบ่อสวนจิตรลดาต่อไป ในทางวิชาการเรียกสายพันธุ์ปลานิลดังกล่าวว่า ปลานิลจิตรลดา ซึ่งยังคงเป็นปลานิลสายพันธุ์แท้ที่ประเทศไทยได้รับทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ค้นพบชั้นใต้ดินดาวอังคารรองรับจุลชีพได้


        นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียเผย พื้นที่ในชั้นใต้ดินส่วนใหญ่ของดาวอังคารรองรับสิ่งมีชีวิตประเภทจุลชีพได้ หลังศึกษาวิจัยด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลเปรียบเทียบกับระบบนิเวศน์โลก

          ชาร์ลีย์ ไลน์วีฟเวอร์ และคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย จัดทำการศึกษาเปรียบเทียบตัวแบบอุณหภูมิและแรงกดอากาศบนโลกกับดาวอังคาร เพื่อชี้วัดความแตกต่างและความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บนดาวอังคาร ซึ่งถูกตีพิมพ์ลงในนิตยาสาร "Astrobiology" ในวันจันทร์
          หลังจากที่มีการค้นพบน้ำแข็งในบริเวณขั้วโลกของดาวอังคาร งานวิจัยชิ้นนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาว่า บริเวณใดของดาวอังคารที่สามารถรักษาปริมาณน้ำได้มากพอ จนเอื้อต่อการใช้ชีวิตของสิ่งมีชีวิตประเภทจุลชีพคล้ายคลึงกับที่พบบนโลก โดยนำเอาข้อมูลที่เคยมีการเก็บมาทั้งหมดในระยะเวลากว่า 10 ปีมาวิเคราะห์เชื่อมโยงกัน แตกต่างจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่นิยมศึกษาเป็นพื้นที่ ๆ ไป

          รายงานชี้ว่า หากเปรียบเทียบสัดส่วนพื้นที่ที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้ โดยนับตั้งแต่แกนกลางของโลกไปจนถึงชั้นบรรยากาศส่วนบน โลกมีพื้นที่ที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เพียง 1% เท่านั้น ในขณะที่ดาวอังคารมีพื้นที่ที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้ถึง 3% เพียงแต่ส่วนใหญ่ต้องอาศัยอยู่ชั้นใต้ดิน

          ชั้นบรรยากาศของดาวอังคารที่มีความกดดันต่ำ ทำให้น้ำไม่สามารถรักษาสถานะของเหลวบนผิวดาวและระเหยในทันที ทว่า ไลน์วีฟเวอร์กล่าวว่า ชั้นใต้ผิวดินของดาวอังคารมีแรงกดดันที่เพียงพอต่อการคงสถานะของเหลวของน้ำเอาไว้

          นอกจากนี้ แม้อุณหภูมิพื้นผิวดาวอังคารจะอยู่ที่ -63 องศาเซลเซียส แต่ใต้ผิวดินมีความอบอุ่นเพียงพอต่อการอาศัยอยู่ของจุลชีพ เนื่องจากได้รับความร้อนที่แผ่กระจายมาจากแกนกลางของดาว



          ไลน์วีฟเวอร์ยืนยันว่า งานวิจัยของเขาเป็นการศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บนดาวอังคารที่ละเอียดที่สุดในปัจจุบัน และนับว่ามีความสำคัญมาก เพราะมนุษย์ก็วิวัฒนาการมาจากจุลชีพเช่นกัน

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ประวัติศาสตร์แห่ง Swatch

         
ประวัติศาสตร์แห่ง Swatch




 Swatch ฝ่าฝันวิกฤติและนำพาอุตสาหกรรมนาฬิกาของสวิสเซอร์แลนด์ให้อยู่รอด 
ในกลางยุค 70 อุตสาหกรรมนาฬิกาของสวิสเซอร์แลนด์ ได้ประสบวิกฤติอย่างรุนแรงอย่างที่เคยไม่มีมาก่อน กล่าวทางเทคโนโลยีคือ ญี่ปุ่นได้เข้ามาอยู่เหนือกว่าในการแข่งขันทางการค้า ในปี 1979 เมื่อได้ญี่ปุ่นได้ออก "Delirium," นาฬิกาข้อมือบางที่สุดในโลกด้วยชิ้นส่วนที่น้อยลง แต่เหตุการณ์ที่ปรับโชคชะตาของอุตสาหกรรมกลับสู่สภาวะที่ดีขึ้น นั่นคือ การก่อตั้ง SMH บริษัทสวิสเพื่ออุตสาหกรรมไมโครอิเล็กโทรนิกส์ และการผลิตนาฬิกา และคำตอบของการแก้วิกฤติ คือนาฬิกา Swatch นาฬิกาพลาสติกแบบบาง ประกอบด้วยชิ้นส่วนเพียง 51 ชิ้น (แทนที่ชิ้นส่วนปกติ 91 ชิ้น หรือมากกว่า) ที่ให้ทั้งคุณภาพสูงพร้อมกับราคาอันย่อมเยา เริ่มออกสู่ตลาดครั้งแรกเมื่อปี 1983 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ได้กลายเป็นนาฬิกาข้อมือที่ประสบความสำเร็จตลอดกาล และบริษัทแม่ The Swatch Group ถือเป็นบริษัทนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และไม่เคยหยุดนิ่ง

                  เป็นระยะเวลาหลายปีแล้วที่วิวัฒนาการนาฬิกาใหม่ๆ ได้เข้ามามีบทบาทพร้อมไปกับนาฬิกา Swatch พลาสติกรุ่นมาตรฐาน ตั้งแต่ Irony (Swatch รุ่นที่เป็นโลหะ) ไปจนถึงถึง Swatch SKIN Chrono (นาฬิกาแบบโครโนกราฟที่บางที่สุดในโลก) ไปจนกระทั่ง Swatch Snowpass (นาฬิกาที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานข้างใน ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นบัตรผ่านเข้าเล่นสกีได้ในหลายรีสอร์ททั่วโลก) และ Swatch Beat (นาฬิกาที่แสดงเวลาอินเทอร์เน็ต)
ความสามารถทางเทคนิคที่โดดเด่นและก้าวล้ำในสาขาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจาก Swatch ในฐานะผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของโอลิมปิก และการแข่งขันสกีและสโนว์บอร์ดระดับโลก

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ความหมายของต้นไม้เลา

        เลา จัดได้ว่า เป็น หนึ่งใน ต้นไม้ ที่ ปัจจุบันนี้ กำลังอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธ์ เป็นอย่างมาก เนื่องจาก เดิมทีนั้น ต้นเลา เป็น ต้นไม้ ที่ขึ้น ตาม พื้นที่ป่า กระจัดกระจาย ตามภาค ต่างๆ ของประเทศไทย แต่ปัจจุบัน เนื่องจากปัญหา การบุกรุกพื้นที่ และ การทำลายป่าไม้ ที่ ทวีความรุนแรง ขึ้นทุกขณะ ทำให้ ต้น เลา ได้รับผลกระทบ ไปด้วย โดนตรง
ลักษณะของต้น เลา เป็น
หญ้าอายุหลายปี ลำต้นกลวง แข็งตั้งขึ้นสูง 1-2 เมตร บริเวณข้อมีตาราก 2 แถวกาบใบผิวเกลี้ยงมีขนที่ขอบ ใบ รูปขอบขนานแคบ กว้าง 0.5-1.58 ซม. ยาว 60-100 ซม.ขอบใบมีขนสากมือ ลิ้นใบเป็นแผ่นแข็งปลายโค้ง ดอก ออกเป็นช่อแตก แขนงกว้าง สีขาวแกมเทา ช่อดอกย่อยรูปไข่หรือรูปหอก ยาว 3-4 ซม. กาบช่อย่อยรูปเรือ เนื้อบางผิวเกลี้ยงขอบมีขนอ่อนนุ่มคล้ายไหมกาบเป็นขนบาง ขอบบนมีขน กลีบเกล็ดรูปกรวย รังไข่รูปกระสวย ยอดเกสรสีม่วงหรือชมพูอับเรณูสีเหลือง จำนวนสามอัน
ถิ่นกำเนิด และ พื้นที่ที่พบ ต้น เลา คือ เอเชียตะวันออก อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบกระจายเป็นกลุ่มใหญ่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ ออกเดือนกันยายน-ธันวาคม
เลา มีชื่อวงศ์ คือ POACEAE (GRAMNEAE)
เลา มีชื่อเรียกอื่นๆ ว่า
แขมดอกขาว
           แม่น้ำท่าจีน เป็นแม่น้ำที่แยกตัวออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง
จังหวัดอุทัยธานี กับตำบลหาดท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท แม่น้ำท่าจีน
มีชื่อเรียกหลายชื่อ ดังนี้ ตอนที่ไหลผ่านจังหวัดชัยนาทเรียกว่า "แม่น้ำมะขามเฒ่า"
ตอนที่ผ่านจังหวัดสุพรรณบุรี เรียกว่า "แม่น้ำสุพรรณบุรี" ตอนที่ผ่านจังหวัดนครปฐมเรียกว่า
"แม่น้ำนครชัยศรี" ส่วนตอนที่ไหลผ่านจังหวัดสมุทรสาครและไหลลงสู่อ่าวไทยเรียกว่า
"แม่น้ำท่าจีน" แม่น้ำสายนี้มีความยาวประมาณ 315 กิโลเมตร

วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Jeux d'Asie du Sud-Est

Les Jeux d'Asie du Sud-Est (en anglais, Southeast Asian Games ou SEA Games) sont une compétition multisports organisée tous les deux ans en Asie du Sud-Est. 11 pays prennent part à cette compétition.
Les jeux sont organisés par la Fédération des Jeux d'Asie du Sud-Est et supervisés par le Comité international olympique et le Conseil Olympique d'Asie.
  
Histoire
 Les Jeux d'Asie du Sud-Est tirent leur origine des Jeux de l'Asie du Sud-Est péninsulaire (Southeast Asian Peninsular Games ou SEAP Games en anglais). Le 22 mai 1958, les délégations des pays du sud-est asiatique participants à la 3e édition des Jeux asiatiques se rencontrent et décident d'établir une organisation sportive. Les jeux péninsulaires ont été imaginés par Laung Sukhumnaipradit, vice-président du Comité national olympique thaïlandais. Les Jeux doivent être un événement sportif qui permettra de promouvoir la coopération, l'entente et les relations entre les pays de la région.
La Thaïlande, la Birmanie, le Cambodge, le Sud-Vietnam, le Laos et la Malaisie sont les pays fondateurs. Ces pays acceptent d'organiser la compétition tous les deux ans : la Fédération des Jeux de l'Asie du Sud-Est péninsulaire est née.
La première édition se déroule à Bangkok, en Thaïlande, du 12 au 17 décembre 1959. 527 athlètes et officiels participent à 12 sports. Parmi les six pays fondateurs seul le Cambodge ne participe pas. Singapour est en revanche représenté.
Les sept pays membres de la Fédération des Jeux de l'Asie du Sud-Est péninsulaire participent tous les deux ans à la compétition jusqu'en 1975. Seule exception : l'annulation de l'épreuve en 1963. Initialement prévu au Cambodge, l'événement ne peut pas être organisé par le royaume khmer en raison de problèmes politiques.
En 1975, au cours de la 8e édition des Jeux, la Fédération étudie l'entrée des Philippines et de l'Indonésie. Ces deux pays sont officiellement admis en 1977, ainsi que Brunei, qui est alors encore une colonie britannique. La Fédération est alors renommée Fédération des Jeux d'Asie du Sud-Est et les Jeux deviennent les Jeux d'Asie du Sud-Est. Par la suite, la liste des pays participants s'élargit encore en 2003 avec l'arrivée du Timor oriental, indépendant depuis 2002.

Liste des éditions

Année No Ville hôte1 Pays Pays participants
1959 1 Bangkok (1) Drapeau de Thaïlande Thaïlande (1) 6
1961 2 Rangoon (1) Drapeau de Birmanie Birmanie (1) 7
1965 3 Kuala Lumpur (1) Drapeau de Malaisie Malaisie (1) 6
1967 4 Bangkok (2) Drapeau de Thaïlande Thaïlande (2) 6
1969 5 Rangoon (2) Drapeau de Birmanie Birmanie (2) 6
1971 6 Kuala Lumpur (2) Drapeau de Malaisie Malaisie (2) 7
1973 7 Singapour (1) Drapeau de Singapour Singapour (1) 7
1975 8 Bangkok (3) Drapeau de Thaïlande Thaïlande (3) 4
1977 9 Kuala Lumpur (3) Drapeau de Malaisie Malaisie (3) 7
1979 10 Jakarta (1) Drapeau d'Indonésie Indonésie (1) 7
1981 11 Manille (1) Drapeau des Philippines Philippines (1) 7
1983 12 Singapour (2) Drapeau de Singapour Singapour (2) 8
1985 13 Bangkok (4) Drapeau de Thaïlande Thaïlande (4) 8
1987 14 Jakarta (2) Drapeau d'Indonésie Indonésie (2) 8
1989 15 Kuala Lumpur (4) Drapeau de Malaisie Malaisie (4) 9
1991 16 Manille (2) Drapeau des Philippines Philippines (2) 9
1993 17 Singapour (3) Drapeau de Singapour Singapour (3) 8
1995 18 Chiang Mai (1) Drapeau de Thaïlande Thaïlande (5) 10
1997 19 Jakarta (3) Drapeau d'Indonésie Indonésie (3) 10
1999 20 Bandar Seri Begawan (1) Drapeau de Brunei Brunei (1) 10
2001 21 Kuala Lumpur (5) Drapeau de Malaisie Malaisie (5) 10
2003 22 Hanoï (1)
Ho Chi Minh City (1)
Drapeau du Viêt Nam Viêt Nam (1) 11
2005 23 Manille (3) Drapeau des Philippines Philippines (3) 11
2007 24 Nakhon Ratchasima (1) Drapeau de Thaïlande Thaïlande (6) 11
2009 25 Vientiane (1) Drapeau du Laos Laos (1) 11
2011 26 Jakarta (4)
Palembang (1)
Drapeau d'Indonésie Indonésie (4) 11
2013 27 Naypyidaw (1) Drapeau de Birmanie Birmanie (3) -